นี่ไม่ใช่สงครามระหว่างสื่อสังคมออนไลน์ แต่เป็นสงครามของ ‘Influencer vs Social Media’

นี่ไม่ใช่สงครามระหว่างสื่อสังคมออนไลน์ แต่เป็นสงครามของ ‘Influencer vs Social Media’

เมื่อการเข้าถึงแบบออร์แกนิกกำลังล่มสลาย และผลักดันให้เหล่า Influencer ย้ายแพลตฟอร์มจากโซเชียลฯ

คุณว่า Social Media กำลังฆ่าห่านที่กำลังฟักไข่ทองคำอยู่หรือป่าว?

ทำไม Digital Business Consult ถึงได้ถามแบบนั้นน่ะเหรอ ก็เพราะเราค้นพบว่า การเข้าถึงอันตกต่ำจากออร์แกนิกโพสต์กำลังขับไล่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ให้ย้ายแพลตฟอร์มหนีน่ะสิ

 

การเปลี่ยนครั้งแรกเริ่มต้นขึ้นในปี 2016

หลังจาก Facebook สังเกตผู้ใช้เห็นผู้ใช้โพสต์สิ่งต่างๆ น้อยลง โดยเฉพาะโพสต์จากเพื่อน และเพื่อเป็นการซ่อนปัญหาที่เกิดขึ้น Mark Zuckerberg ได้ปรับอัลกอริทึม News Feed ครั้งแรก โดยเพิ่มส่วนเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้น (user-generated content) หากเป็นเนื้อหาที่มีแบรนด์ ก็จะทำให้โพสต์นั้นเป็น Branded posts

นั่นทำให้บรรดาอินฟลูเอนเซอร์และสื่อ (Publishers) เริ่มตื่นตระหนก ในสิ่งที่ Facebook เริ่ม โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ตามมาคือ การเข้าถึงโพสต์ของพวกเขาแบบออร์แกนิกลดลงอย่างเห็นได้ชัด ค่าเฉลี่ยการเข้าถึงโพสต์ Facebook ลดลงเกือบครึ่งจากปี 2015 หลังการปรับอัลกอริทึมในปี 2016 โดยในปี 2015 การเข้าถึงแบบออร์แกนิกโพสต์อยู่ที่ 5.4% ของยอดติดตามเพจ แต่ในปี 2016 อยู่ที่ 2.8% จนในปื 2017 อยู่ที่ราว 2% และ 2018 อยู่ที่ 1% เท่านั้น

ผลที่ตามมาหลักจากการลดลงของออร์แกนิกโพสต์ ทำให้อัตราการซื้อโฆษณาสูงขึ้นถึง 122% (มีนาคม 2018 เมื่อเทียบกับช่วงเดือนมีนาคม 2017)

Source: AdStage

ผลจากการเปลี่ยนอัลกอริทึม ดังกล่าวของกราฟนั้นเกิดขึ้นทันทีที่ Facebook ออกมาบอกว่า จะปรับอัลกอริทึมเพื่อให้ Facebook เป็นสังคมเพื่อเพื่อนและครอบครัว และลดความสำคัญของเพจ แบรนด์ Publisher และอินฟลูเอนเซอร์ลง

 

Influencer และ Publisher หันให้ความสนใจแพลตฟอร์มอื่นมากขึ้น

ผลจากการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ส่งผลให้การใช้บริการ Facebook ของอินฟลูเอนเซอร์และ Publisher ในฐานะลูกค้าของ Facebook ใช้งานไม่สะดวกขึ้นเท่านั้น (เหมือนพวกเขากำลังฆ่าห่านที่กำลังฟักไข่ทองคำนั่นแหละ) และกลายเป็นส่งเสริมการสร้างโอกาสให้กับแพลตฟอร์มคู่แข่งอย่าง Instagram, Twitter, Google Search และ YouTube ที่ตอบสนองความต้องการของเหล่าแบรนด์ได้ดีกว่า และมีการคาดการณ์ว่า บรรดาแบรนด์ทั้งหลายจะทุ่มงบประมาณด้านโซเชียลมีเดียสูงกว่าอีก 2 เท่า ในปี 2023 และเป็นที่ชัดเจนว่าสงครามของแพลตฟอร์มเริ่มต้นขึ้นแล้ว เพื่อจะอ้างสิทธิ์ในตัวเลขส่วนแบ่งทางการตลาดนี้

ปัญหาก็คือ แล้วแพลตฟอร์มไหนล่ะ ที่มาแน่ๆ ?

Key Man อยู่ที่ตำแหน่ง Brand marketers หรืออินฟลูเอนเซอร์และ Publisher บุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจใช้จ่ายใน Facebook และแพลตฟอร์มอื่นๆ และยังเป็นคู่แข่งมีประสิทธิภาพมากที่สุดต่อแพลตฟอร์ม จากรายงานของ a survey พบว่า มากกว่า 22% ของผู้ตอบแบบสอบถามจัดอันดับ ให้อินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ และมากกว่าครึ่งหนึ่งของนักการคลาดยืนยันว่าอินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลและมีศักยภาพสูงกว่าสื่ออื่นๆ

Facebook และแพลตฟอร์มโซเชียลฯ อื่นๆ อาจต้องเดินพันแล้ว หากจะลดความสำคัญของอินฟลูเอนเซอร์และ Publisher ลง เนื่องจากพวกเขาคือแหล่งรายได้ที่จะเก็บเกี่ยวผลตอบแทน และอินฟลูเอนเซอร์ก็พร้อมที่จะย้ายแพลตฟอร์ม โดยได้รับการสนับสนุนเงินจากเหล่านักการตลาด ในความจริงที่ว่าพวกเขายอมจ่ายให้ Influencer มากกว่าแพลตฟอร์ม ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วกับ Snapchat เมื่อมีการศึกษาการตลาด State of Influencer Marketing study  และพบว่า อินฟลูเอนเซอร์ ปี 2018 จำนวน 9 ใน 10 คนกำลังใช้ Snapchat น้อยกว่าปี 2017 ซึ่งนำไปสู่ผลที่คล้ายคลึงกันว่า 86% ที่นักการตลาดจะลดการใช้แพลตฟอร์มลง เพราะเนื่องจากตอนนี้มีผู้ใช้จำนวนมากขึ้นกำลังเลิกใช้แพลตฟอร์ม เพราะพวกเขารู้สึกพอใจน้อยลง เมื่อเนื้อหาบนฟีดข่าวและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพื่อนและครอบครัวเหมือนแต่ก่อน แต่กลับเป็นโฆษณาจากเพจที่ซื้อ Ads. แทน (ผลจากการบีบของ Facebook ที่ทำให้เพจต้องซื้อโฆษณา)

การเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะการหารายได้จากการบีบให้หลายๆ เพจต้องซื้อโฆษณานั้น ทำให้ระบบนิเวศน์ของ Facebook ค่อยๆ สั่นคลอน เพราะแม้แต่แบรนด์และนักการตลาดก็ยังเลือก Influencer มากกว่าแพลตฟอร์ม และจะเป็นอย่างไรต่อไปหากผู้ใช้เองก็เลือกที่จะติดตาม อินฟลูเอนเซอร์ที่กำลังทิ้งแพลตฟอร์มโซเชียลฯ ไปด้วยเช่นกัน

 

มาตีโจทย์ให้แตกกับ BMC FOR ENTREPRENEUR

หลักสูตร “Business Model for Entrepreneur” รุ่นที่ 5 เพิ่มยอดขาย ต่อยอดไอเดียธุรกิจ และก้าวข้ามการล่มสลายในธุรกิจ SME ด้วย Business Model

เพื่อรวบรวมความคิดของคุณได้อย่างเป็นขั้นตอน

ร่วมค้นหาจุดแข็งที่ควรทำให้โดดเด่นและปรับปรุงจุดอ่อน

“เราสอนให้คุณเข้าใจได้ง่ายเพื่อนำไปใช้ให้เห็นผลจริง”

โดยดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด

คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม http://bit.ly/2QdnEbs

ติดต่อได้ที่
E-mail : [email protected]
โทรศัพท์: 083-8536076

 

DIGITAL BUSINESS CONSULT

สร้างโอกาสทางธุรกิจในยุค Digital ด้วยชุดความรู้จากประสบการณ์ตรงจากที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ให้คุณทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างมีแบบแผน และเป็นรูปธรรม จัดตั้งและบริหารโดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร เพื่อสนับสนุนที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ SMEs และนักการตลาดรุ่นใหม่ จึงให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษา สร้างความเข้าใจ ประยุกต์แนวคิด และใช้เครื่องมือ Digital เพื่อให้คุณดำเนินธุรกิจก้าวทัน Digital 4.0 ในปัจจุบัน

แสดงความคิดเห็น

Related Post



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *