Business Model ตอนที่ 36 ‘Pay what you want’ จิตวิทยาให้ลูกค้าเลือกจ่ายเอง

รูปแบบจิตวิทยาสุดร้ายกาจ สำหรับการออกแบบราคาให้ผู้บริโภค ‘หลงกล’ เป็นเทคนิคทางการตลาดที่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เช่น การตั้งราคาให้ลงท้ายด้วยเลข 9 เช่น 199 เพื่อจะดักอีกครั้งเวลาลดราคา เป็น 199 เหลือ 198 แล้วทำเป็นตัวแดงใหญ่ๆ หรือการตั้งราคาแบบรวมชุด อย่างไรก็ตามเรากำลังคุยกันภายใต้ Series ของ Business Model แน่นอนว่าโมเดลที่เราจะแนะนำเพื่อสร้างจุดขายนั้นต้องเป็นการแนะนำโมเดลที่แข่งแกร่งและยังทำให้หลายคนลืมเรื่องการตลาดแบบเดิมไปได้เลย

‘Pay what you want’ คือสิ่งที่เรากำลังพูดถึง

รูปแบบโมเดลการจ่ายเงินที่นิยมมาสักพักแล้วในต่างประเทศ โดยให้ลูกค้าจ่ายเท่าที่พวกเขาต้องการจ่าย ซึ่งตัวลูกค้าเองก็ยังเป็นคนที่กำหนดราคาเองอีกด้วย นอกจากจะเป็น Business Model ในการเก็บเงินแบบใหม่แล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์ที่ส่งเสริมเรื่องการตลาดไปในตัว สามารถดึงลูกค้าได้ในวงกว้าง โดยตัวธุรกิจเองก็ต้องยอมรับราคาที่ลูกค้าเสนอมาด้วยไม่ว่าจะมากหรือน้อย ในบางกรณีก็อาจมีเพดานราคาหรือราคาที่แนะนำให้กับลูกค้า เป็นที่นิยมมากในธุรกิจการแข่งขันสินค้าต้นทุนต่ำ ธุรกิจให้คำปรึกษา หรือธุรกิจร้านอาหาร เป็นต้น

แน่นอนเรื่องต้นทุนต่ำนั้นก็ไม่ได้เสมอไป

ดึงโมเดลธุรกิจสร้างคอนเซ็ปต์เพิ่มยอดขาย

สำหรับในประเทศไทย แม้โมเดลธุรกิจนี้ยังมีค่อนข้างน้อย แต่ก็มีคนที่ทำแล้วประสบความสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากสามารถดึงโมเดลมาสร้างเป็นเรื่องราว (Story) ภายใต้คอนเซ็ปต์ร้านอาหาร ‘ทาน’ – Pay what you can อย่าง TAAN Organic Café & Meal ร้านอาหารแสนโด่งดังย่านเมืองทองธานีที่มีล้านรีวิวแล้วตอนนี้ในโลกออนไลน์

Pay what you wantที่สำคัญคือ ไม่ใช่เรื่องราวของร้านเท่านั้น แต่ทุกเมนูอาหารก็มีทุกเรื่องราวซ่อนอยู่ เรื่องราวออร์แกนิกของเหล่าผู้ผลิตวัตถุดิบที่ความเอาใจใส่ เรื่องราวของเหล่าเชฟที่รังสรรค์เมนูอาหารมาให้ ทุกอย่างที่เป็นเรื่องราวเหล่านี้จึงถูกขัดเกลากลายเป็นการเพิ่มมูลค่า (Value Added) ให้สินค้าไปโดยปริยาย

“ลูกค้าทานเสร็จก็ให้พวกเขาคำนวณกันเองเลยว่าสิ่งที่เราเพิ่งทางไปใช้วัตถุดิบจากที่ไหน ปรุงอย่างไร แล้วก็นำเงินไปหยอดในประป๋อง จ่ายเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าจะให้คุณค่าอาหารจานนั้นเท่าไหร่ (อีกความหมายของ Taan ก็คือการให้)”

ในแง่การจ่ายเงินทางจิตวิทยาของลูกค้า

เชื่อหรือไม่!?! ปกติลูกค้ามีราคาพื้นฐานสินค้าที่พวกเขากำหนดไว้ในใจอยู่แล้ว หรือนำราคาของคู่แข่งทางการตลาดมาใช้เปรียบเทียบเพื่อควบคุมราคาไม่ให้เกินงบ เช่น ราคามาตรฐานของอาหารหนึ่งจานจากร้านค้าอาหารประเภทเดียวกัน หากลูกค้าถูกใจ พวกเขาก็จะจ่ายเพิ่มขึ้นอีก แต่หากลูกค้าไม่พอใจก็อาจจะจ่ายเท่าร้านอื่นๆ หรือไม่ก็จ่ายให้น้อยไปเลย หากไม่พอใจมาก

ธุรกิจประเภทนี้ จึงต้องสร้างมาตรฐานได้ดีระดับนึงเลย โดยเฉพาะกับการสร้างที่ทำให้ลูกค้ารู้ถึงคุณค่าของสินค้านั้นๆ รวมถึงการเกร็งราคาว่าเท่าไหรที่ลูกค้าควรจะจ่าย ธุรกิจประเภทนี้จะพบได้ในธุรกิจประเภท B2C หรือแม้แต่ B2B เองก็สามารนำเอาไปปรับใช้ได้ แต่การนำหลักการแบบนี้ไปปรับใช้นั้นอาจจะไม่ได้นำไปใช้ทั้งธุรกิจ อาจจะนำไปใช้แค่เพียงบางส่วนของธุรกิจ อย่างเช่น Consultants ผู้ให้คำปรึกษานั้นให้ลูกค้าได้จ่ายบริการตามความพึงพอใจของลูกค้าเอง

 

มาตีโจทย์ให้แตกกับ BMC FOR ENTREPRENEUR

หลักสูตร “Business Model for Entrepreneur” รุ่นที่ 5 เพิ่มยอดขาย ต่อยอดไอเดียธุรกิจ และก้าวข้ามการล่มสลายในธุรกิจ SME ด้วย Business Model

เพื่อรวบรวมความคิดของคุณได้อย่างเป็นขั้นตอน

ร่วมค้นหาจุดแข็งที่ควรทำให้โดดเด่นและปรับปรุงจุดอ่อน

“เราสอนให้คุณเข้าใจได้ง่ายเพื่อนำไปใช้ให้เห็นผลจริง”

โดยดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด

คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม http://bit.ly/2QdnEbs

ติดต่อได้ที่
E-mail : [email protected]consult.asia
โทรศัพท์: 083-8536076

 

DIGITAL BUSINESS CONSULT

สร้างโอกาสทางธุรกิจในยุค Digital ด้วยชุดความรู้จากประสบการณ์ตรงจากที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ให้คุณทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างมีแบบแผน และเป็นรูปธรรม จัดตั้งและบริหารโดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร เพื่อสนับสนุนที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ SMEs และนักการตลาดรุ่นใหม่ จึงให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษา สร้างความเข้าใจ ประยุกต์แนวคิด และใช้เครื่องมือ Digital เพื่อให้คุณดำเนินธุรกิจก้าวทัน Digital 4.0 ในปัจจุบัน

แสดงความคิดเห็น

Related Post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *