ไม่รอดแน่! หากทำธุรกิจเหมือนงานอดิเรก

ไม่รอดแน่! หากเริ่มต้นทำธุรกิจเหมือนงานอดิเรก

ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจ

รู้หรือไม่? การปฏิบัติต่อธุรกิจของคุณเหมือนเป็นเพียงงานอดิเรก

มักส่งผลให้ในหลายรายไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่

 

Jill Hart เคยเขียนหนังสือ So You Want to Be a Work-At-Home Mom ซึ่งบอกแนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจมากว่า “การทำธุรกิจคือการทำงานหนัก ใช้ความขยัน มุ่งมั่น และหมั่นเพียรอย่างมาก เพื่อที่จะทำให้เราเข้าใกล้ความสำเร็จ แต่หากคุณคิดว่ามันเป็นเพียงแค่งานอดิเรกจากสิ่งที่ชอบ สุดท้ายก็จะกลายเป็นแค่รายได้เสริมนิดๆ หน่อยๆ ที่ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”

 

ย้อนกลับไปครั้งที่เรายังเด็ก

 

พ่อแม่มักปลูกฝังให้เราเติบโตขึ้นโดยการเลือกเส้นทางอาชีพที่เราชอบ รักในสิ่งที่ทำ และสร้างเงินจากสิ่งที่รัก ซึ่งจากการรายงานของสำนักวิจัย Pew Research Center ที่เป็นหน่วยงานวิจัยที่สำคัญแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า 49 เปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกัน อยู่ในสถานการณ์การทำงานอันไม่น่าพึงพอใจในงานของพวกเขา และยังสอดคล้องกับ The Balance reports ที่เปิดเผยว่า คนส่วนใหญ่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงงาน 10 – 15 ครั้งในสายอาชีพ

 

ไม่รอดแน่! หากทำธุรกิจเหมือนงานอดิเรก

 

สิ่งเหล่านี้กำลังสะท้อนว่า คนส่วนใหญ่ตามหาสิ่งที่ชอบและสร้าง Passion จากการทำงานหรือในการทำธุรกิจ มากกว่าการเริ่มทำงานหรือทำธุรกิจจากสิ่งที่ชอบ จนเมื่อไม่สามารถนำสิ่งที่ชอบมา Matching กับงานได้สุดท้ายทุกคนก็เลือกจะเปลี่ยนบริษัทแทน ที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือ หลายคนสร้างเงินจากสิ่งที่ชอบได้ แต่มักทำเป็นแค่อาชีพเสริมหรือเป็นรายได้เล็กน้อยจากสิ่งที่เรียกว่างานอดิเรกมากกว่า

 

ทีนี้ คงต้องถึงเวลาที่ทุกคนกลับมาตั้งคำถามแล้วว่า ตอนนี้เรากำลังทำธุรกิจเหมือนงานอดิเรก แทนที่จะเป็นอาชีพหรือไม่?

 

มาเปลี่ยนความคิดกันดีกว่า

 

  1. งานนี้พี่ไม่ได้มาเล่นๆ

หากจะเริ่มทำธุรกิจจากสิ่งที่ชอบ คุณต้องไม่ทำมันแบบงานอดิเรก เพราะการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องที่คุณจะมาเล่นๆ และละหลวมกับมันได้ ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะทำเมื่อว่าง ทำเมื่อมีแรงบันดาลใจ คุณต้องมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อธุรกิจ และมุ่งเน้นที่จะผลักดันให้ประสบความสำเร็จ

 

  1. ตั้งเป้าหมาย

แน่นอนว่างานอดิเรกเราทำมันเพราะความสนุกสนาน แต่ในขณะที่ธุรกิจในขณะที่ทำนอกจากความนุกแล้วยังต้องมีเป้าหมายด้วย คุณต้องวางวิสัยทัศน์ และใช้ความทะเยอทะยานขับเคลื่อนให้มันเติบโต

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญในธุรกิจที่จะสามารถทำให้มันเติบโตได้อย่างยั่งยืนคือการไม่เดินตามกระแส คุณจำเป็นต้องวางกลยุทธ์ มีวิธีการเพื่อทำให้ถึงเป้าหมาย

  • ต้องรู้ตัวเองว่ากำลังพยายามทำอะไร
  • ต้องรู้ว่าสิ่งที่ทำจะทำให้เกิดรายได้อย่างไร
  • ต้องเริ่มวางกระบวนการทำงาน

 

  1. ต่อให้เป็นสิ่งที่รัก แต่ก็ต้องทำงานในสิ่งที่ไม่ได้รักด้วย

ศาสดาแห่ง Apple เคยกล่าวที่ Stanford ในปี 2005 ไว้ว่า ทางเดียวที่จะทำให้งานเป็นส่วนหนึ่งกับชีวิตคุณได้ คือ คุณต้องเชื่อก่อนว่ามันเป็นงานที่ดี และการจะทำให้เป็นงานที่ดีได้ คือ การรักในสิ่งทำ แม้ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นสิ่งที่อุดมคติ เพราะในโลกของความเป็นจริงเราไม่มีทางทำในสิ่งที่เรารักทุกวัน แม้ว่าธุรกิจอาจเริ่มจากสิ่งที่เรารัก แต่อย่างไรเสียคุณก็ต้องเตรียมตัวอย่างหนัก เพื่อทำในสิ่งที่ไม่ชอบในส่วนต่างๆ ของงานธุรกิจเช่นกัน

 

  1. อย่าอยู่กับสิ่งที่คุณรักแต่ไม่เกิดรายได้

เมื่อไหร่ที่คุณต้องการทำเงินจากสิ่งที่รัก มันจะเปลี่ยนจากงานอดิเรกกลายเป็นธุรกิจทันที และ ‘เงิน’ คือสิ่งเดียวที่ทำให้งานอดิเรกกับธุรกิจแยกขาดการอย่างสิ้นเชิง Martha Rogers เคยเขียนในหนังสือ Managing Customer Experience and Relationships: A Strategic Framework ไว้ว่า “ถ้าคุณทำงานในสิ่งที่รักอยู่ แต่คุณไม่มีลูกค้า มันเท่ากับคุณไม่มีธุรกิจ คุณจะมีก็แค่งานอดิเรก”

 

  1. รู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ดี

คนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ เขาจะรู้ว่าตัวเองทำอะไรได้ดี และทำอะไรไม่ได้ดี เพราะบางครั้งสิ่งที่เรารัก และสิ่งที่เราทำได้ดีนั้นแตกต่างกันมาก ถ้าคุณไม่เก่งในเรื่องที่คุณรัก คุณก็ไม่มีทางจะเปลี่ยนไปเป็นธุรกิจได้ เช่นบางครั้งคุณอาจชอบเล่นเกม VDO แต่มันเปลี่ยนเป็นธุรกิจไม่ได้ ซึ่งเข้าทำนองเดียวกับที่ Seth Godin เขียนลง blog ของเขา “หากคุณหาลูกค้าให้สินค้าตัวเองไม่ได้ จงหาสินค้าเพื่อลูกค้าของคุณแทน”

 

เพราะอย่างไรเสีย เราทุกคนต้องหาจุดตัดตรงกลางระหว่างสิ่งที่เรารัก และสิ่งที่เราทำได้ดี จนสามารถสร้างเงินจากมันได้ ไม่เพียงแค่เป็นงานอดิเรกที่ไม่เกิดรายได้

 

ลองมองหาดีๆ

แล้วคุณจะพบกล่องทองคำนั้น

 

Digital Business Consult

สร้างโอกาสทางธุรกิจในยุค Digital ด้วยชุดความรู้จากประสบการณ์ตรงจากที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ให้คุณทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างมีแบบแผน และเป็นรูปธรรม จัดตั้งและบริหารโดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร เพื่อสนับสนุนที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ SMEs และนักการตลาดรุ่นใหม่ จึงให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษา สร้างความเข้าใจ ประยุกต์แนวคิด และใช้เครื่องมือ Digital เพื่อให้คุณดำเนินธุรกิจก้าวทัน Digital 4.0 ในปัจจุบัน

แสดงความคิดเห็น

Related Post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *