Business Model ตอนที่ 33 ถอดสูตร Open source การสร้างเงินของ Wikipedia ที่พวกคุณเองก็ทำได้

Business Model ตอนที่ 33 ถอดสูตร Open source การสร้างเงินของ Wikipedia ที่พวกคุณเองก็ทำได้

คุณอยู่ในนั้นแน่ๆ

หนึ่งในใครหลายคนบนโลกนี้ที่คิดว่าข้อมูลจากวิกิพีเดียไม่น่าเชื่อถือ หรือหนึ่งในหลายคนที่อาจใช้ประโยชน์จากวิกิพีเดียในการกำหนดโครงการวิจัยสำหรับวิทยานิพนธ์และการนำเสนอผลงานอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะอยู่ในกลุ่มไหน คุณก็ไม่มีทางที่จะปฏิเสธความนิยมของสารานุกรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ‘วิกิพีเดีย’ ได้หรอก

นับตั้งแต่เปิดตัวตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2001 โดย Jimmy Wales และ Larry Sanger วิกิพีเดียก็ Disruptive Innovation อินเทอร์เน็ตตลอดกาล เนื่องจากเป็นเว็บไซต์ที่มีบทความรองรับภาษากว่า 290 ภาษา โดยมีบทความมากกว่า 5.5 ล้านบทความ ประกอบได้ผู้ใช้งาน (Users) ที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิก 33 ล้านคน (ไม่รวมผู้ใช้ที่เข้ามาหาข้อมูลแต่ไม่ลงทะเบียน) มีระดับผู้เขียนบทความบนวิกิพีเดีย 32.5 ล้านคน และมีบทความใหม่ 600 บทความเกิดขึ้นต่อวัน (ตัวเลขเฉพาะเวอร์ชันภาษาอังกฤษเท่านั้น)

แล้ว Wikipedia สร้างรายได้อย่างไร?

ตามมาดูกัน

 

Wikipedia Business Model

‘วิกิพีเดีย’ เป็นสารานุกรมที่เป็นลักษณะโมเดลธุรกิจแบบ Open source ที่เปิดให้ทุกคนสามารถใช้งานได้ เข้าถึงได้แบบสาธารณะ โดยรวบรวมข้อมูล (Crowdsourcing) ที่เขียนขึ้นจากผู้ใช้งาน (Users) ซึ่งออกแบบมาอย่างพิเศษให้ทำงานร่วมกันได้ระหว่างการสร้างข้อมูลและสืบค้นข้อมูล โดยผู้ใช้งานทั่วโลกสามารถมีส่วนร่วมและแก้ไขเนื้อหาแบบที่ต้องใส่ที่มาเป็นแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้

รูปแบบธุรกิจ (Business Model) ของวิกิพีเดียจึงเข้าใจง่ายว่าเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นในการจัดการเว็บไซต์ของเซิร์ฟเวอร์และบริหารจัดการเนื้อหาสารานุกรมที่เป็นโปรเจคที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรการกุศลที่เรียกว่ามูลนิธิวิกิพีเดีย (Wikimedia Foundation) และกลุ่มอาสาสมัครจำนวนมากที่รู้จักกันในชื่อ Wikimedia movement

เป็น Business Model ที่ทำมาเพื่อธุรกิจอื่นๆ และกำลังทำให้ความรู้ของมนุษย์มีอยู่อย่างอิสระ โดยได้รับการสนับสนุนจากการบริจาคเงินและเวลาของผู้คน

ถอดสูตร Open source การสร้างเงินของ Wikipedia ที่พวกคุณเองก็ทำได้

วิกิพีเดียทำเงินได้อย่างไร?

การรายงานประจำปี (annual report) วิกิพีเดียมีรายได้รวม (a total revenue) ทั้งสิ้น 91 ล้านดอลลาร์ในปี 2017 แต่ไม่มีข้อมูลใดๆ ที่ระบุเลยว่ามาจากโฆษณาหรือบริการชำระเงินใดๆ แล้วรายได้ 91 ล้านดอลลาร์มาจากไหน?

ถอดสูตร Open source การสร้างเงินของ Wikipedia ที่พวกคุณเองก็ทำได้

วิกิพีเดียนอกจากวางโมเดลธุรกิจในรูปแบบ Open source แล้ว ยังวางแบบจำลองรายได้เงินทุนส่วนใหญ่ในรูปแบบของการบริจาค (donation-based revenue model) จากผู้คนนับล้านและบริษัททั่วโลก

ถอดสูตร Open source การสร้างเงินของ Wikipedia ที่พวกคุณเองก็ทำได้

นอกเหนือจากรายได้จากเงินบริจาคแล้วรูปแบบธุรกิจของวิกิพีเดียยังทำให้ได้รับบริจาคในส่วนอื่นๆ อีก อย่างเช่น องค์กรที่จัดทำเสื้อขายในชื่อวิกิพีเดีย แก้ว โน๊ตบุ๊ค ฯลฯ ในร้านค้าอย่างเป็นทางการของวิกิพีเดีย (store)

ถอดสูตร Open source การสร้างเงินของ Wikipedia ที่พวกคุณเองก็ทำได้

อ้างอิงจากบริษัทที่บริจาคเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 15 เหรียญ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ในหลายประเทศ ส่งผลให้เกิดการบริจาคเงินมากขึ้นอีกด้วย

ถอดสูตร Open source การสร้างเงินของ Wikipedia ที่พวกคุณเองก็ทำได้

 

รูปแบบโมเดลที่วิกิพีเดียได้จากการบริจาคเมื่อเป็น Open source

ถอดสูตร Open source การสร้างเงินของ Wikipedia ที่พวกคุณเองก็ทำได้

อย่างไรก็ตาม พักหลังมานี้วิกิพีเดียเองก็ประสบปัญหาจากสมาร์ทโฟนเช่นกัน ด้วยจำนวนผู้เข้าชม (Pageviews) เว็บไซต์บนสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้นจำนวนขึ้น แต่บรรณาธิการ (Editors) และผู้สร้างเนื้อหา (Content creators) ลดลง ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้วิกิพีเดียจึงเริ่มเคลื่อนไหวในการปรับตัวและปรับ Business Model ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลนีที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจว่ายังคงตรงกับความต้องการของผู้ใช้และยังคงให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้โปร่งใสและเป็นกลาง ผ่านเว็บไซต์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวที่ชื่อว่า Wikimedia 2030 (website)

“เราจะปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเพื่อให้แน่ใจว่าเราจะตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ของเราและยังคงให้ความน่าเชื่อถือโปร่งใส และข้อมูลที่เป็นกลาง”

การทำธุรกิจประเภทนี้จะได้ข้อได้เปรียบในเรื่องของการลงทุน ซึ่งไม่ได้มีแค่วิกิพีเดียเท่านั้นที่ใช้รูปแบบธุรกิจนี้ เพราะมันยังแพร่หลายมากในหมู่นักพัฒนาซอฟแวร์ ปกติแล้วบริษัทที่เป็นเจ้าของโปรแกรม Open source นั้น มักจะมี Community ที่ให้คนที่ได้ดาวน์โหลดโปรแกรมเหล่านี้ไปใช้ ได้กลับมาแชร์ไอเดีย ความคิดเห็น หรือนำโปรแกรมที่พัฒนาแล้วมาเผยแพร่ต่อกันได้ โดยผู้ที่นำไปพัฒนาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับการลงทุนโปรแกรมตั้งแต่เริ่มต้น หรือแม้กระทั่งอุสาหกรรมผลิตยาเองก็ตาม ตัวอย่างอุตสหากรรมซอฟต์แวร์เช่น Mozilla Firefox ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้เข้ามาพัฒนาโปรแกรม สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมมาใช้ได้เลย โดยที่ไม่ต้องเสียค่าบริการ ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบต่างๆ ในการใช้งานโปรแกรมของตัวเองได้ตามใจชอบ

ธุรกิจแบบ Open source สร้างมาตราฐานใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์ มีการแชร์ข้อมูล ไอเดีย และ ความเสี่ยง ซึ่งธุรกิจเหล่านี้สามารถ Gain competitive advantage ทุกวัน Open source จึงกลายเป็นที่นิยมไม่ว่าจะเป็นในธุรกิจประเภทไหนก็ตาม

 

มาตีโจทย์ให้แตกกับ BMC FOR ENTREPRENEUR

หลักสูตร “Business Model for Entrepreneur” รุ่นที่ 5 เพิ่มยอดขาย ต่อยอดไอเดียธุรกิจ และก้าวข้ามการล่มสลายในธุรกิจ SME ด้วย Business Model

เพื่อรวบรวมความคิดของคุณได้อย่างเป็นขั้นตอน

ร่วมค้นหาจุดแข็งที่ควรทำให้โดดเด่นและปรับปรุงจุดอ่อน

“เราสอนให้คุณเข้าใจได้ง่ายเพื่อนำไปใช้ให้เห็นผลจริง”

โดยดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด

คลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม http://bit.ly/2QdnEbs

ติดต่อได้ที่
E-mail : [email protected]
โทรศัพท์: 083-8536076

 

DIGITAL BUSINESS CONSULT

สร้างโอกาสทางธุรกิจในยุค Digital ด้วยชุดความรู้จากประสบการณ์ตรงจากที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ให้คุณทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างมีแบบแผน และเป็นรูปธรรม จัดตั้งและบริหารโดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร เพื่อสนับสนุนที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ SMEs และนักการตลาดรุ่นใหม่ จึงให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษา สร้างความเข้าใจ ประยุกต์แนวคิด และใช้เครื่องมือ Digital เพื่อให้คุณดำเนินธุรกิจก้าวทัน Digital 4.0 ในปัจจุบัน

แสดงความคิดเห็น

Related Post



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *