Business Model ตอนที่ 21‘Hidden Revenue’ ถอดแบบจำลองการสร้างรายได้ของ Google

Business Model ตอนที่ 21‘Hidden Revenue’ ถอดแบบจำลองการสร้างรายได้ของ Google

พบกับเบื้องหลังรายได้ (Hidden Revenue) ของ Google ที่ซ่อนอยู่บนการออกแบบ Business Model ขั้นเทพ

ปกติแล้วอย่างที่เราทราบกันดีว่าผลิตภัณฑ์หลักของ Google ประกอบไปด้วย Search Engine, Android, Google Play, Google Map, Gmail, Google Chrome, Google AdWords, YouTube, Google Cloud, Google Drive ฯลฯและเชื่อได้เลยว่า ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้ล้วนผ่านมือแทรกซึมใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันพวกเราทั่วโลก จนทำให้ Alphabet บริษัทแม่ของ Google มีมูลค่าการตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 779.997 ล้าน USD จากการรายงานของ Bloomberg เมื่อวันที่ 18/10/61

คำถามก็คือ Google สร้างรายได้ (Revenue) จากไหน

ในเมื่อผลิตภัณฑ์มากมายเหล่าผู้ใช้งาน (Users) ไม่ต้องจ่ายเงินเลย?

ขณะที่ Apple มีแหล่งที่มารายได้ (Revenue Streams) จากการขาย iPhone 63% และอุปกรณ์อื่นๆ อย่าง Accessory, iMac, iPad, Macbook ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่มาจากการขายสินค้าผ่าน Product แต่ Google วางแหล่งที่มารายได้ (Revenue Streams) บน Business Model แบบที่ผู้ใช้บริการไม่ต้องจ่ายเงิน แต่ซ่อนแหล่งที่มารายได้ไว้ (Hidden Revenue) ดังนั้นพวก Users จึงไม่ต้องจ่ายเงินสำหรับสินค้าและบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ Google นำเสนอ
ขอบคุณรูปภาพจาก fourweekmba
จากภาพด้านบนนี้สะท้อนว่า Hidden revenue รายได้มาจากค่าโฆษณาที่บิดแข่งกันบน Google AdWords แทน และส่วนแบ่งรายได้จากโฆษณานี้มีมากถึง 88%Hidden revenue จึงเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำธุรกิจ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะมาจากการโฆษณา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแอปพลิเคชันที่ให้ลูกค้าได้สิทธิพิเศษเพิ่มเติม ส่วนเจ้าของธุรกิจนั้นจะได้ประโยชน์ในรูปแบบของรายได้ ที่สามารถนำมาเป็นรายได้เสริมได้ หรือเอามาแทนที่รายได้หลักก็ได้ โดยปกติแล้วโฆษณาที่ขึ้นให้ลูกค้าดูนั้นมักจะเป็นโฆษณาที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ เพื่อให้ลูกค้ากดเข้าไปดูโฆษณานั้นๆ 

Win-Win-Win

Google ประสบความสำเร็จได้ผ่านการนำเสนอคุณค่า (Value Proposition) ในกลุ่มเป้าหมาย (Customer Segment) 3 กลุ่ม 
  • กลุ่มผู้ใช้งาน (Users) : หาอะไรก็เจอ
อัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพทำให้ Google เป็นเครื่องมือค้นหาที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลก แม้ตอนที่เริ่มต้นทั้ง Larry Page และ Sergey Brin สองผู้ก่อตั้งยังไม่ชัดเจนว่าเครื่องมือค้นหาควรจะสร้างรายได้อย่างไร หากไม่สามารถเก็บเงินจาก Users ได้แม้จะมี Users ใช้งานมากกว่าพันล้านคนต่อวันก็ตาม

คำถามก็คือหาก Users ไม่จ่าย ใครล่ะที่ต้องจ่าย?

 
  • กลุ่มธุรกิจ (Businesses) : สร้างยอดขายจากโฆษณาที่ตรงกลุ่ม
Google เริ่มจับทางได้หลังจากให้บริการฟรีมา 10 ปี ว่าความจริงแล้วพวกเขาสามารถเรียกเก็บเงินได้จาก keywords เพื่อขายสินค้าและบริการของตน อย่างเช่นคำว่า ประกันรถยนต์ โมเดลนี้ทำงานได้ดีมากเพราะช่วยให้ธุรกิจเหล่านั้นสามารถติดตามผลลัพธ์ของโฆษณาได้ และโฆษณายังถูกนำเสนอแก่ผู้ที่สนใจจริงๆ และการจ่ายเงินยังยุติธรรมเพราะจะเรียกเก็บจากผู้ใช้งานที่คลิกเท่านั้นการนำเสนอคุณค่า (Value Proposition) แบบนี้ให้กลุ่มธุรกิจที่เองที่ทำให้ Google สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม

ยังมีอีกชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ปริศนาที่สำคัญมาก 1 ชิ้น ที่ช่วยให้ Google เติบโตได้ขนาดนี้

 
  • กลุ่มผู้ผลิตเนื้อหา (Publishers) : สร้างรายได้จากการผลิตเนื้อหาแบบง่ายๆ
โอ้โหววว บอกเลยนะจุดนี้ว่ามีเหล่าผู้ผลิตเนื้อหา (Publishers) ทำบทความใหม่ๆ นับล้านบทความบนเว็บไซต์ แต่ไม่ง่ายเลยที่จะทำให้ทุกคนมองเห็นบน Google เนื่องจากมีการจัดอันดับด้วยอัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพของ Google แต่หากสามารถติดอันดับแรกๆ บน Google ได้ Publishers สามารถให้เช่าพื้นที่ส่วนหนึ่งบนหน้าเว็บไซต์ได้ เพื่อวางแบนเนอร์ผ่าน AdWords ได้ (ซึ่งเรียกว่า AdSense) นอกจากนี้ หาก Publishers มีผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ต่อวันจำนวนมากก็สามารถสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการขาย Advertorial อีกด้วย เพราะปกติแล้วการทำโฆษณาแบบนี้มักจะมีการเก็บสถิติข้อมูลของคนที่กดเข้ามาดูโฆษณา ซึ่งจะทำให้เราได้รู้ว่าในแต่ละวันมีเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเท่าไร ช่วงเวลาที่ไหนคนเข้ามาดูโฆษณาหรือกดเยี่ยมชมเว็บไซต์เราบ่อยที่สุด หรืออาจจะบอกได้คร่าวๆ กลุ่มลูกค้านั้นเป็นกลุ่มลูกค้าประเภทไหน การทำโฆษณาแบบนี้เราสามารถบริหารค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาให้เหมาะสมกับกลุ่มค้าที่เราต้องการได้ การทำโฆษณาแบบนี้ยังทำให้ธุรกิจของเรากลายเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น 

You give me data, I make money

นั่นคือวิธีที่ Google สร้างรายได้แบบซ่อน (Hidden Revenue) ได้จำนวนมหาศาล ซึ่งหลายคนคงสงสัยว่า เอ่…  Google ควรบอกความจริงกับ Users หรือไม่ เนื่องจากรูปแบบ Business Model ที่ดูเหมือน Google ให้ Users ใช้งานฟรีนั้น กลับแลกมาด้วยข้อมูล (Data) พฤติกรรมทั้งหมดและข้อมูลส่วนตัวที่มีค่ามากกับ Googleความจริงที่ผู้ใช้ไม่ต้องจ่ายเงิน แต่ในกระบวนการนี้พวกเขาจะเสนอข้อมูลที่มีค่าของ Google บางคนโต้แย้งว่าควรให้ข้อมูลดังกล่าวกลับไปยังผู้ใช้รายเดียวกันในบางกรณีอย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีแค่ Google เท่านั้น Facebook เองก็ใช้วิธีนี้ให้บริษัทต่างๆ ได้เข้ามาซื้อพื้นที่โฆษณาบน Facebook เพื่อที่จะได้ให้ผู้ใช้งานได้เห็นโฆษณานั้นๆการทำโฆษณาแนวนี้ ยังมีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น อยู่กับว่าเราจะเลือกใช้การโฆษณาในรูปแบบไหน บนเว็บไซต์อะไรให้ตรงกันกับกลุ่มเป้าหมายของเรามากที่สุด เพราะฉะนั้นการทำธุรกิจรูปแบบนี้จึงกลายเป็นที่นิยมมาก 

มาตีโจทย์ให้แตกกับ BMC FOR ENTREPRENEUR

หลักสูตร “Business Model for Entrepreneur” รุ่นที่ 5 เพิ่มยอดขาย ต่อยอดไอเดียธุรกิจ และก้าวข้ามการล่มสลายในธุรกิจ SME ด้วย Business Modelเพื่อรวบรวมความคิดของคุณได้อย่างเป็นขั้นตอนร่วมค้นหาจุดแข็งที่ควรทำให้โดดเด่นและปรับปรุงจุดอ่อน“เราสอนให้คุณเข้าใจได้ง่ายเพื่อนำไปใช้ให้เห็นผลจริง”โดยดร.อุดมธิปก ไพรเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัดคลิกเพื่ออ่านรายละเอียดเพิ่มเติม http://bit.ly/2QdnEbsติดต่อได้ที่ E-mail : [email protected] โทรศัพท์: 083-8536076 

DIGITAL BUSINESS CONSULT

สร้างโอกาสทางธุรกิจในยุค Digital ด้วยชุดความรู้จากประสบการณ์ตรงจากที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ให้คุณทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างมีแบบแผน และเป็นรูปธรรม จัดตั้งและบริหารโดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร เพื่อสนับสนุนที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ SMEs และนักการตลาดรุ่นใหม่ จึงให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษา สร้างความเข้าใจ ประยุกต์แนวคิด และใช้เครื่องมือ Digital เพื่อให้คุณดำเนินธุรกิจก้าวทัน Digital 4.0 ในปัจจุบัน

Business Model Canvas เป็นเครื่องมือที่ช่วยออกแบบโมเดลธุรกิจ ถูกเสนอโดย Alexander Osterwalder จากหนังสือที่เขาเขียนขึ้น Business Model Ontology ซึ่งเป็นการสรุปและออกแบบจำลองธุรกิจหรือ Business Model แบบให้เห็นภาพชัดเจน สามารถใช้ได้ทั้งกับธุรกิจของเราและคู่แข่ง ผ่านการประเมินธุรกิจที่มีฟังก์ชัน 9 ช่อง คลิกเลย! https://bmc.digitalbusinessconsult.asia/

 
bussiness model canvas
แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *