IMF ฝันธงอีกครั้ง

IMF คาดการณ์เอเชียยังเติบโต 6.3%

ตลาดจีนจะมีการชะลอตัวลงเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาด จากความตึงเครียดของสงครามการค้า และยังคงถูกคุกคามจากความไม่แน่นอนของนโยบายและความตึงเครียดทางการค้าอื่นๆ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกมาฝันธงอีกครั้ง และคราวนี้ได้คาดการณ์ใหม่เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) หลังจากได้คาดการณ์ไปแล้วเมื่อ 6 เดือนก่อนว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตที่ 3.5% ในปี 2019 และ 3.6 ในปี 2020 โดยอ้างถึงผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่สหรัฐฯ ประกาศใช้ นอกจากนี้ ยังมาจากปัจจัยอื่นๆ อย่างเช่น การที่เยอรมนีออกมาตรการสั่งแบนรถดีเซลที่มีค่ามลพิษไม่ถึง EURO-6 ห้ามวิ่งเขาเขตเมืองชั้นในอย่างเด็ดขาด ส่วนรถดีเซลที่มีค่ามลพิษ EURO-4 อนุโลมให้วิ่งเข้าเขตเมืองรอบนอกได้ แต่ห้ามขับเข้าเมืองในเขตชั้น หรือการที่อิตาลีมีท่าทีกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการเงิน ฯลฯ

แนวโน้มเศรษฐกิจเอเชีย

IMF ระบุว่าการเติบโตเศรษฐกิจเอเชียจะลดลงจากร้อยละ 6.5 ในปี 2018 เป็น 6.3 ต่อปีในปี 2019 และ 6.4 ในปี 2020

“แม้จะมีมาตรการกระตุ้นทางการคลังที่ชดเชยผลกระทบบางส่วนจากภาษีสหรัฐฯ ที่ปรับสูงขึ้น และเศรษฐกิจของจีนจะชะลอตัวลง เนื่องจากอิทธิพลจากความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ” กองทุนการเงินระหว่างประเทศ กล่าวในแถลงการณ์ด้านเศรษฐกิจอินเดียมีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้นในปี 2019 เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงและการดำเนินนโยบายการเงินจากอัตราเงินเฟ้อ ที่เริ่มผ่อนคลายลงเช่นกัน

ความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน

IMF คาดการณ์เอเชียยังเติบโต 6.3%

ในปี 2018 เศรษฐกิจจีนชะลอตัวเนื่องจากการควบคุมทางการเงินที่เข้มงวดขึ้น เพื่อตรวจสอบธุรกรรมของ ‘ธนาคารเงา’ (Shadow Banking) และการลงทุนของรัฐบาลท้องถิ่นนอกงบประมาณ จนส่งผลให้เกิดข้อพิพาททางการค้ากับสหรัฐฯ

สำหรับธนาคารเงาหลายคนอาจยังไม่รู้จัก ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2007 – 2008 ธนาคารเงาที่เป็นธนาคารที่นำเงินจากผู้ที่ต้องการออมไปปล่อยกู้ให้แก่ผู้ที่ต้องการเงินทุน โดยตรงในรูปของการให้สินเชื่อประเภทต่างๆ และยังกลายเป็นสาเหตุของปัญหาหนึ่งในวิกฤตประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรปช่วงนั้น จากรูปแบบธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายกับการออกตราสาร Collateralized Debt Obligations (CDOs)

ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2018 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา – จีนประกาศการพักรบ 90 วัน สำหรับการขึ้นภาษี แต่สิ่งนี้อาจนำไปสู่ ​​’แรงเสียดทานการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น’ เนื่องจากกว่าจะถึงเวลานั้น การค้าการลงทุนและการผลิตทั่วโลก ยังคงถูกคุกคามจากความไม่แน่นอนของนโยบายและความตึงเครียดทางการค้าอื่นๆ

Gita Gopinath ผู้อำนวยการวิจัยของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เขียนไว้ในบล็อกของเธอว่า ทำให้เมื่อครบระยะเวลาการพักรบ 90 วันที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 1 มีนาคม 2019 ผลลัพธ์ของสงครามการค้ายังคงเป็นในแบบที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ก็คือ การชะลอตัวของการเติบโตของจีนอาจเร็วขึ้นกว่าที่คาดไว้ ยิ่งหากความตึงเครียดทางการค้ายังคงดำเนินต่อไป จนทำให้เกิดการเทขายอย่างกระทันหันของตลาดเงินที่เกิดขึ้นมาแล้วช่วง 2015 – 2016

นอกจากนี้ความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหานี้จะนำไปสู่มาตรการกีดกันทางภาษีส่งผลให้ต้นทุนสินค้านำเข้าที่เป็นทั้งวัตถุดิบในการผลิตและเป็นสินค้าระดับผู้บริโภคมีราคาสูงขึ้น

 

DIGITAL BUSINESS CONSULT

สร้างโอกาสทางธุรกิจในยุค Digital ด้วยชุดความรู้จากประสบการณ์ตรงจากที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ให้คุณทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างมีแบบแผน และเป็นรูปธรรม จัดตั้งและบริหารโดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร เพื่อสนับสนุนที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ SMEs และนักการตลาดรุ่นใหม่ จึงให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษา สร้างความเข้าใจ ประยุกต์แนวคิด และใช้เครื่องมือ Digital เพื่อให้คุณดำเนินธุรกิจก้าวทัน Digital 4.0 ในปัจจุบัน

แสดงความคิดเห็น