Marketing mix ว่าด้วยหลัก 4+2+2 P??? (มีคลิป)

 โดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด

พบกันเป็นประจำทุกวันกับรายการดี ๆ SME CHAMPION ทางคลื่น 89.5 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี วันนี้ (15 มี.ค.) ยังคงมีประเด็นที่น่าสนใจได้มาพูดคุยกันเหมือนเช่นเคย สืบเนื่องจากตอนที่แล้วที่ได้คุยกันในเรื่องของหลักการตลาด 6 P ซึ่งจริง ๆแล้วถ้าพูดถึงหลักการตลาดมันมี 4 P (Product Price Place Promotion) 4 เรื่องนี้ถ้าไม่ได้คิดอะไรมากมายก็ใช้ 4 P ถือว่าครบแล้ว และยังได้คุยกันในเรื่องของ Personality , Privacy แล้วผมก็ได้เสริมไปอีก 2 ตัวนั่นคือ Processกับ packaging

            วันนี้กลับมาคุยกันต่อและอยากจะเรียนว่าจริง ๆ ตัวอีคอมเมิร์ส Process มันจะค่อนข้างสำคัญ เพราะว่าในแง่ของการซื้อขายเขาจะไม่เห็นตัวผู้ขายเพราะเขาซื้อผ่านเว็บไซต์ แล้วยังมีเรื่องของลอจิสติกส์เข้ามาเกี่ยวข้อง มีเรื่องของการชำระเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น 3 เรื่องนี้มันค่อนข้างละเอียด

หลายคนอาจจะบอกว่าเอ๊ะปกติถ้าเรียน 4 P ก็อยู่ในส่วนที่เป็น Place ซึ่งก็คือสถานที่ขายถูกมั้ยครับ เพียงแต่ว่าสถานที่ขายเราต้องเข้าใจว่า วันนี้เวลาเราพูดถึงอีคอมเมิร์สมันก็จะมีโมเดลที่เป็น O2O ด้วยนั่นคือ Online to of line  หรือ Offline 2 online กระบวนการมันอาจจะมาเห็นสินค้าที่โชว์รูมแต่สั่งซื้อบนออนไลน์ หรือคนเห็นสินค้าบนออนไลน์แต่มาสั่งซื้อที่หน้าร้าน

เพราะฉะนั้นตัว Process ก็เลยอยากให้แยกออกจากตัวที่เป็น Place คือสถานที่ แล้ว  Process มันพูดถึงเรื่องลอจิสติกส์ไม่ใช่แค่หน้าเว็บอย่างเดียว จริง ๆ หน้าเว็บก็จะสำคัญกว่าหน้าร้าน ปกติถ้าหน้าร้านเราเจอคนเราสั่งซื้อของ รับของมาก็จบ

แต่ทีนี้บนเว็บมันมีเรื่องของ Process มากกว่าเรื่องของหน้าร้าน เพราะหน้าร้านเรามีพนักงานขาย เรามีคนมารับเงิน เรามีการส่งมอบสินค้าให้เลย ณ จุดขาย แต่พอเป็นเว็บไซต์มันมีกระบวนการถ้าเป็นเว็บอีคอมเมิร์สก็มีการเปรียบเทียบสินค้า การดูคุณสมบัติของสินค้า กระบวนการในขั้นตอนคลิกเข้าไปเพื่อที่จะเก็บข้อมูล การสมัคร การชำระเงิน การติดตามเรื่องของการขนส่งเพื่อส่งมอบสินค้า เพราะฉะนั้น Process มันเลยกลายเป็นเรื่องสำคัญบนโลกออนไลน์ จริง ๆออฟไลน์ก็สำคัญมากแต่ออนไลน์จะสำคัญกว่านะครับ

นอกจากนี้ในส่วนของ Packaging ในความหมายของตัวอีคอมเมิร์ส มันรวมไปถึงในส่วนที่เป็นโฟโต้ด้วยนะครับ การถ่ายภาพซึ่งภาพจะเป็นเรื่องสำคัญเพราะคนไม่เห็นตัวสินค้าโดยตรง แต่เห็นจากรูปภาพ พอเห็นจากรูปภาพการวางPackaging ตัวสินค้าจึงสำคัญมาก

นั่นคือถ่ายรูปยังไงให้มันดูดี แล้วหีบห่อยังไงให้มันสวย หรืออาหารที่ถ่ายแล้วต้องน่าทาน เสื้อผ้าถ่ายธรรมดาไม่ได้มันต้องมีคนใส่ด้วยจะได้รู้ว่าคนใส่แล้วมันดูดี หรือถ่ายกระเป๋าอย่างเดียวไม่ได้จะต้องให้เห็นคนถือด้วย แล้วต้องเห็นคนถือทั้งตัวเขาจะได้รู้เวลาถือกระเป๋ามันเป็นแบบไหนยังไง  ข้อมูลแบบนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องใส่ใจนะครับ

แล้วก็อย่างที่เรียนนะครับวันนี้ออนไลน์ ออฟไลน์มันก็ผสมผสานกันไปหมด สินค้าหลายอย่างเห็นบนออนไลน์ซื้อออฟไลน์ Process ก็ยิ่งเข้ามาเกี่ยวข้องอีก เพราะว่าเห็นบนออนไลน์เสร็จปุ๊บจะไปหาซื้อที่ไหน อย่างเช่นกรณีค้นหาข้อมูล Package  อินเตอร์เน็ตที่เป็นมือถือไปเจอมือถือยี่ห้อหนึ่งดีมากเลย ขออนุญาตประชาสัมพันธ์นะครับคือ “มายแคท” ของแคทเทเลคอม

แพคเก็จเขาดีมากเลยให้ใช้อินเตอร์เน็ตอันลิมิต มี 4 Mbps กับ 6 Mbps ราคา 400 กว่า 600 กว่า แต่ปรากฎว่าจุดที่ขายซิมอยู่ไกลมากไม่สามารถซื้อได้บนออนไลน์เลยกลายเป็นว่าสูญเสียลูกค้าไปเลย แล้วก็คำนวณก็คงไม่คุ้มถ้าจะต้องเดินทางไปที่ศูนย์บริการ อันนี้เป็นการดีไซน์ออนไลน์กับออฟไลน์ไม่สัมพันธ์ไม่เชื่อมโยงกัน อันนี้ก็เป็นตัวอย่างเป็นรูปธรรมให้เห็น

เพราะฉะนั้นวันนี้ 6 P เดิมที่เขาแนะนำคือ Product , Price, Place , Promotion บวก Personality คือความเป็นส่วนตัวกับเรื่องของ Privacy คือข้อมูล เพราะออนไลน์ข้อมูลเยอะ ทุกคนกลัวหลุดแต่ส่วนใหญ่คนไทยเขาไม่ค่อยซีเรียสเรื่องPrivacy เท่าไหร่นะ เพราะว่าอันนี้เป็นจุดที่ผมว่าระยะยาวน่าระวัง แล้วก็ถ้าซื้อของโดยเฉพาะบนออนไลน์บางทีเราส่งข้อมูลผ่านไลน์ ส่งข้อมูลผ่านเฟสบุ๊ค

บางทีมันไม่มีระบบป้องกัน มันมีโอกาสที่ข้อมูลที่เราส่งให้ไม่ว่าจะเป็นเลขที่บัญชี รหัสเอทีเอ็ม หรือบัตรประชาชนมันกระจายไปได้เยอะมาก โอกาสที่จะหลุดเอาไปใช้รวบรวมในการที่จะโจรกรรมข้อมูลมันมีเยอะ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการในต่างประเทศจะค่อนข้างซีเรียสในการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า ในส่วนของข้อมูลว่าข้อมูลในการซื้อขายจะไม่หลุด พอหลุดออกไปเมื่อไหร่หมายถึงความน่าเชื่อถือของร้านค้าเขาหมดเลย แต่คนไทยอาจจะไม่ซีเรียสในเรื่องพวกนี้

แต่ว่าเท่าที่มีโอกาสได้คุยกับตัวผู้ประกอบการอีคอมเมิร์สเขาบอกว่าตอนนี้เริ่มซีเรียสแล้ว คนไทยเริ่มซีเรียสเรื่องพวกนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะเห็นปัญหาจากการโจรกรรมหรืออะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเอาเป็นว่าตอนนี้ก็เป็น 4 บวก 2 บวก 2 เวลาพูดถึงสูตรของ P ในแง่ของ Marketing mix ก็คือ Product ,Price Place ,Promotion,  Personality ,Privacy, Process และ Packaging ซึ่ง Packaging รวมถึงตัว Photo ด้วย  ก็ฝากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกท่าน เอาไปประยุกต์ใช้ในแง่ของการทำการตลาดบนโลกอีคอมเมิร์สครับ

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *