Win Win ลดต้นทุนการจ้างงานด้วย ‘Business Model’ ที่ตอบโจทย์เคล็ดลับการหารายได้ของเด็กรุ่นใหม่

Business Model หรือโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ทั้งนายจ้างและพนักงานเมื่อ Outsourcing และ ฟรีแลนซ์ เป็นของคู่กันเหมือนป็อปคอร์นกับโรงหนัง

“มาแปปๆ ก็ไป

เด็กสมัยนี้ไม่สู้งานเลย”

สารพัดข้อกล่าวหาของนายจ้างเมื่อต้องปวดหัวกับปัญหาย้ายงานถี่ๆ ของเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งส่วงมากเหตุผลในการลาออกก็ไม่ค่อยพูดกันตรงๆ สักเท่าไหร่ แต่ก็คงหนี้ไม่พ้น 2 ประเด็นหลักนั่นก็คือ ‘แรงดึงกับแรงผลัก’ แรงดึงนี้ยื้อยาก ข้อเสนอดีกว่าก็ไปเลย ส่วนแรงผลักมี 3 ข้อหลัก ไม่เพราะหัวหน้างาน ก็เพราะลูกค้า ถ้าไม่ทั้งสองอย่างก็เป็นที่บรรยากาศองค์กรอย่างเพื่อนร่วมงาน

จากปัญหาดังกล่าวทำให้โมเดลธุรกิจแบบ Outsourcing ดูตอบโจทย์มากขึ้นและเข้ามาในวงการธุรกิจตั้งแต่เมื่อประมาณปี 2526 โดยปัจจุบันมันก็บูมขีดสุด

Outsourcing Business Model

โมเดล Outsourcing ตัดปัญหาเรื่องต้นทุนที่มองไม่เห็นต่างๆ เวลาจ้างพนักงาน อีกทั้งคนรุ่นใหม่เองก็ตอบรับกับโมเดบธุรกิจนี้เพราะต้องการเปิดโอกาสการทำงานมากขึ้น ต้องการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น สร้างประสบการณ์การทำงาน และการเป็น ‘ฟรีแลนซ์’ ทำก็ให้พวกเขารับงานและเงินนอกเวลาได้ไม่จำกัด

เป็นความจริงที่ต้องยอมทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ไม่ได้มีแค่งานประจำอย่างเดียวในการหารายได้

ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ ?

เมื่อไม่นานมาเราได้ค้นข้อมูลของ ดีลอยท์ ประเทศไทย ที่ได้ทำการวิเคราะห์เทรนด์การเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อธุรกิจในอนาคต (Mega Trends) พบว่า ทั่วโลกตอนนี้ไม่ได้แค่เฉพาะในประเทศไทยเจนวายจะเป็นบุคลากรส่วนใหญ่ในองค์กร ซึ่งลักษณะของเจนวายมีความหลากหลายในการทำงานและความมั่นคงในอาชีพการงานไม่ใช่ปัจจัยหลักในการเลือกงาน แต่เป็นเจเนอเรชันที่ต้องการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพราะเติมโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี

ทำให้ทุกวันนี้คนรุ่นใหม่ไม่สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายในเมืองหลวงได้หมดโดยไม่ต้องทำงานเสริม เงินเดือนขั้นต่ำตามมาตรฐานแรงงานไม่เพียงพอครอบคลุมค่าเช่าห้องพัก ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าเดินทาง เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ค่าอาหาร ค่ายารักษาโรค ค่ากิจกรรมทางสังคม และการส่งเงินกลับไปให้ครอบครัว

เด็กรุ่นใหม่จึงต้องทำงานอย่างน้อยหนึ่งหรือสองงานเพื่อทำให้สถานการณ์ทางการเงินไม่ตึงมือจนเกินไป

เราจึงเห็นอาชีพเสริมรายได้มากมายเกิดขึ้นตั้งแต่บาริสต้าจนไปถึงการเป็นบล็อกเกอร์ ที่ตารางมีความยืดหยุ่นและโมเดลธุรกิจของผู้ประกอบการก็ตอบโจทย์เด็กรุ่นใหม่สุดๆ เช่น การขับรถผ่าน Grab หรือ Uber หรือแม้แต่การเป็นนักพัฒนาเว็บไซต์แบบฟรีแลนซ์ผ่าน Lyft

ยุคแห่งการ Outsourcing

โมเดลธุรกิจแบบ Outsourcing จึงค่อนข้างตอบโจทย์กับยุคสมัยใหม่ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง โดยเฉพาะองค์กรที่เข้มแข็งด้านใดด้านหนึ่งมาก และความถนัดด้านอื่นๆ ไม่มี (ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทใหม่ๆ เป็นแบบนี้) Digital Business Consult ได้เข้าไปพูดคุยกับบริษัทหลายแห่งที่เรียกเราเข้าไปเพื่อเป็นที่ปรึกษาธุรกิจ ถ้าเป็นสตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และบริษัทเติบโตมากจากความถนัดส่วนตัว จะพบว่า มีอีกด้านที่อ่อนแออยู่

เช่น บริษัทที่ถนัดด้านซอฟแวร์มากๆ ก็จะเลือก Outsourcing ส่วนงานที่เป็นการตลาด บริษัทที่เก่งการตลาดมากๆ ก็เลือก Outsourcing ส่วนงานที่เป็นเว็บไซต์และการพัฒนา หรือบริษัทที่เก่งการขายมากๆ ก็เลือก Outsourcing ส่วนงานที่เป็นการบริหารจัดการคอนเทนต์และสื่อสารออนไลน์บนโซเชียลมีเดียทั้งหมด

แต่ละองค์กรมี Core Business ต่างกัน การใช้ Outsourcing ทำใหเกิด Productivity ผลที่ดีกว่าการที่บริษัททำงานด้านที่ตัวเองไม่ถนัด หรือไม่สามารถหาผู้เชี่ยวชาญมารับผิดชอบได้โดยตรง เป็นการจ้างคนนอกบริษัทเพื่อช่วยงานแทนที่จะใช้คนในบริษัทที่ไม่มีความชำนาญทำในส่วนงานนั้นๆ

ด้วยเหตุนี้บริษัทใหม่ๆ หรือสตาร์ทอัพส่วนมากจึงลดต้นทุนที่เป็น Fix Cost ด้วยการใช้ Model แบบ Outsourcing แทน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดๆ ก็คือ LINE MAN, Lalamove สตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์ที่แหกกฎด้านการขนส่งๆ แบบเดิมๆ ไป เมื่อ Core Business คือการขนส่งแต่ไม่จ้างพนักงานขนส่งประจำ อีกทั้งการคัดพนักงานขนส่ง Outsourcing ก็มีมาตรฐานอีกด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าองค์กรควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตัวเองถนัดมากกว่า ทั้งสองเจ้าพัฒนาในส่วนของการตลาดและแอปพลิเคชันตลอดเวลา และอะไรที่ไม่ถนัด ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายก็ใช้การ Outsourcing

เหนือสิ่งอื่นใด ผู้ประกอบการก็ต้องเข้าใจจุดแข็งของบริษัทตัวเองก่อน โดยเฉพาะถ้าบริษัทมีขั้นตอน หรือ Value chain ที่มีขนาดใหญ่ ในฐานะผู้ควบคุม ควรที่จะสนใจแค่เพียงขั้นตอนที่สำคัญ ส่วนที่เหลือนั้นก็สามารถหาเอา Outsource ได้ ซึ่งจะเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายแต่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับบริษัท การที่จะทำให้ธุรกิจประเภทนี้ประสบความสำเร็จได้นั้น จำเป็นที่จะต้องจัดการ Partners ที่มีความหลากหลายให้ได้

ออกแบบ Business Model Canvas ฟรี!

โมเดลธุรกิจแบบ Canvas เป็นเครื่องมือที่ช่วยออกแบบโมเดลธุรกิจ ถูกเสนอโดย Alexander Osterwalder จากหนังสือที่เขาเขียนขึ้น ซึ่งเป็นการสรุปและออกแบบจำลองธุรกิจที่แสดงให้เห็นภาพชัดเจน สามารถใช้ได้ทั้งกับธุรกิจของเราและคู่แข่ง ผ่านการประเมินธุรกิจที่มีฟังก์ชัน 9 ช่อง คลิกเลย! https://bmc.digitalbusinessconsult.asia/

วิธีทำ Content Marketing ด้วย Content Canvas
แสดงความคิดเห็น