3 สิ่งบนเว็บไซต์แข็งแกร่งหรือยัง? ในเมื่อมันส่งผลให้เว็บไซต์คุณไม่ติดอันดับ SEO

3 สิ่งบนเว็บไซต์แข็งแกร่งหรือยัง? ในเมื่อมันส่งผลให้เว็บไซต์คุณไม่ติดอันดับ SEO

ใครๆ ก็เขียนเรื่อง SEO แต่เอาเข้าจริงมันก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครสามารถการันตีติดอันดับได้ 100% และเทคนิคการทำ SEO ของแต่ละคนก็ยังไม่เหมือนกันอีกด้วย อย่างไรก็ตามหน้าที่หลักของ SEO ก็คือปรับปรุงเนื้อหาเว็บไซต์ (Content) และโครงสร้างเว็บไซต์ (Site Structure) ให้ดีตามมาตรฐานของ Google ส่งผลให้คะแนนการจัดอันดับเว็บไซต์ดีขึ้นตาม

ในการทำ SEO นั้นมีรายละเอียดลงไปอีกเยอะมากมาย ซึ่งล้วนเป็นศัพท์เชิงเทคนิคทางโปรแกรมเมอร์ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลจะอยู่ภายใต้กลุ่มใหญ่ๆ 3 กลุ่มเท่านั้น และถ้าเริ่มต้นทำ 3 กลุ่มใหญ่นี้แบบแข็งแรงแล้ว โอกาสได้คะแนนจาก Google ก็ไม่ยากเลย

โดยสรุปแล้วแบบออกเป็น

S = Structure โครงสร้างเว็บไซต์ที่เป็นมิตรกับ AI และมนุษย์

C = Content เนื้อหาเว็บไซต์ที่คิดและเขียนขึ้นเอง โดยเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน

B = Backlink มีเว็บไซต์อื่นนำข้อมูลในเว็บไซต์เราไปอ้างอิง และแนบลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์เรา

 

– 1 –

Site Structure หรือโครงสร้างเว็บไซต์

Site Structure หรือโครงสร้างเว็บไซต์ SEO

ยิ่งโครงสร้างเว็บไซต์ของคุณดีขึ้นเท่าไหร่ โอกาสในการจัดอันดับของคุณบน Google ก็สูงขึ้น แต่ในด้านหนึ่งจากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา หลายแบรนด์มักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเว็บไซต์เท่าไหร่ หรือคนที่มีเว็บไซต์ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เข้าใจว่าการมีโครงสร้างเว็บไซต์ที่ดีนั้นช่วยเพื่อประสิทธิภาพของ SEO เมื่อโครงสร้างเว็บไซต์แข็งแรงแล้ว จากนั้นถึงเข้าสู่การพัฒนาโครงสร้างเว็บไซต์ที่เป็นมิตรกับ SEO

แล้วจะมีวิธีการสร้างโครงสร้างเว็บไซต์ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ SEO ได้อย่างไร?

ทุกวันนี้เว็บไซต์ที่ติดอันดับดีๆ นั้นมีการวางโครงสร้างหรือ ‘Structure’ ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ Google แนะนำ

เช่น การออกแบบ UX/UI เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ยอดเยี่ยมกับ Users

การออกแบบ UX/UI seo

 

หรือการวาง XML Sitemap เพื่อให้ Google ไปเก็บคะแนนถูก

หรือการวาง XML Sitemap เพื่อให้ Google ไปเก็บคะแนนถูก
Source: yoast

 

และการวาง Sitelinks ที่นับว่าเป็นข้อได้เปรียบที่สุดของ SEO (เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครสนใจทำ) การวาง Sitelinks จะทำให้เกิดตัวเลือกที่ง่ายขึ้นในการเข้าเว็บไซต์ จากเดิมที่แสดงผลอันดับแล้วมีลิงก์เดียว แต่ Sitelinks จะแสดงผลอันดับและดึงลิงก์มาหลายลิงก์ สร้างโอกาสให้ User เข้าไปที่หน้าเพจอื่นๆ ในเว็บไซต์เราด้วย

Sitelinks seo

โดยปกติแล้วถ้าไม่ได้เขียนโค้ดเว็บไซต์เอง ก็ไม่ต้องกังวลกับโครงสร้างเว็บไซต์มากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่ใช้ระบบ CMS อย่าง WordPress ที่เป็นเว็บไซต์สำเร็จรูปนั้น ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำ SEO โดยเฉพาะ

 

– 2 –

Content หรือเนื้อหาบนเว็บไซต์

ต่อให้โครงสร้างเว็บไซต์ดีแค่ไหน แต่ถ้าเนื้อหาไม่ดีหรือไม่มีการอัปเดตเนื้อหา ก็ไม่มีทางเพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์ได้ ซึ่งการทำ Content ที่ดีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่ไม่มีการ Copy เนื้อหา หรือเนื้อหาซ้ำกับเว็บไซต์อื่นๆ ก็พอ ซึ่ง AI ของ Google นั้นฉลาดกว่าโปรแกรมตรวจสอบการคัดลอกงานวิจัยซะอีก เนื้อหาซ้ำที่ไม่ใช่แค่ภาษาไทยเท่านั้น ถ้าคุณ Duplicate หรือ Copy มาจากมภาษาต่างประเทศ Google ก็รู้ เพราะฉะนั้นการผลิตเนื้อหาขึ้นมาใหม่ และไม่ซ้ำหรือดัดแปลงทำซ้ำนั้นดีที่สุดแล้ว

นอกจากนี้ อย่าลืมใส่ Keywords ลงไปในส่วนที่จำเป็นของบทความด้วยล่ะ หลักๆ จำไว้แค่ว่าจะต้องมี Keywords อยู่บน Title, Meta Description, ย่อหน้าแรกของบทความ, Save ไฟล์ภาพเป็นชื่อ Keywords และค่าเฉลี่ยความยาวของบทความควรมากกว่า 1,500 คำ เป็นต้น

ตัวอย่างผลการจัดอันดับ

ตัวอย่างผลการจัดอันดับ

อันบนนี้ ^^^ สำคัญที่สุด เราอยากให้คุณไฮไลท์แล้วนำไปใช้ได้เลย จากนั้นรอเวลาสัก 1 – 2 เดือนดูผลจัดอันดับได้เลย

 

– 3 –

Backlinks หรือการใส่อ้างอิงเว็บไซต์จากภายนอกเข้ามาที่เว็บไซต์ของเรา

Backlinks ยังมีผลต่อการให้คะแนนโดยตรงของ Google แม้จะไม่สร้าง Traffic แต่เพราะ Google จะมองว่าการที่มีลิงก์เว็บไซต์กลับมาที่เว็บไซต์เรามากๆ นั้น ทำให้เว็บไซต์เราน่าเชื่อถือจากการโดนอ้างอิง (Reference) และทำให้คะแนนเราเพิ่มขึ้น

เมื่อก่อนยุคแรก พวก SEO สายดำนิยมใช้ Backlinks มาก เช่น การฝังลิงก์ไว้บนหนังเถือนออนไลน์ แล้วเด้งไปที่หน้าเว็บไซต์พนัน ข้อเสียใหญ่หลวงก็คือตัวเลข User ที่เข้าเว็บไซต์นั้นสูงจริงแต่เป็น User ที่ไม่มีคุณภาพ Digital Marketing ไม่สามารถเก็บเป็น Data แล้วนำไปวิเคราะห์พัฒนาแผนการตลาดออนไลน์ต่อได้

แต่พอ Google ปรับอัลกอริทึ่มแล้วส่งผลให้เว็บไซต์เหล่านั้นหายไปจาก Google ได้เลยเหมือกัน เนื่องจากลิงก์ที่กลับมาที่เว็บไซต์เรานั้นมีค่า Domain Authority (DA) และ Page Authority (PA) ที่ไม่มีคุณภาพหรือมาจากเว็บไซต์เดิม ซ้ำๆ กัน Google ก็จะมองว่าเป็นการ Spam Link

เกล็ดความรู้เพิ่มเติม

Domain Authority (DA) เป็นคะแนนของทั้งเว็บไซต์บอกว่า Domain name นั้นน่าเชื่อถือหรือไม่โดยคะแนนเต็ม 100

Page Authority (PA) เป็นคะแนนของแต่ละหน้าในเว็บไซต์ คะแนนเต็ม 100 เช่นกัน

ทั้งสองค่าถูกจัดทำขึ้นโดย Moz หนึ่งในบริษัทรับทำ SEO ที่มีชื่อเสียงที่สุดบริษัทหนึ่งในโลก ผ่านการออกแบบเครื่องมือ (Tool) เพื่อวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของโดเมนเนมและเพจ หรือค่า DA และ PA (เครื่องมือนี้เสียงเงินนะ)

กลับมาที่ Backlinks สรุปว่า คุณภาพและเนื้อหาของเว็บไซต์ที่อ้างอิงลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์เราก็ต้องน่าเชื่อถือด้วย ไม่เช่นนั้น เว็บไซต์เราก็โดนปรับคะแนนตกนั่นเอง

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *