คู่มือสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจฉบับคนไม่มีอะไรเลย

คู่มือสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจฉบับคนไม่มีอะไรเลย

ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า ‘ผู้ประกอบการ’ หรือ ‘เจ้าของธุรกิจ’ คือเป้าหมายขั้นสูงสุดของชีวิตการทำงาน แม้จะยอดเยี่ยมแค่ไหนแต่มันก็ยากอย่างเหลือเชื่อ

ยากแค่ไหนน่ะเหรอ?

อ้างอิงจากบทความใน FastCompany พบว่าเหล่าสตาร์ทอัพที่มีแม้จะมีนักลงทุน (Venture Capital: VC) สนับสนุนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังล้มเหลวมากถึง 75% โดยบทความ World Street Journal เป็นการศึกษาของอาจารย์อาวุโส Shikhar Ghosh จาก Harvard Business School ที่ค้นพบเพิ่มเติมว่า โลกของนักลงทุนที่ลงทุนในสตาร์ทอัพนั้นมีความล้มเหลวสูงกว่าตัวเลขที่รายงานไว้เสียอีก

ผู้ประกอบการจึงแบกรับความเครียดไว้มากกว่าอาชีพอื่นๆ ในแต่ละวัน เพราะเหมือนต้องทำงาน 24 ชม. อย่างไรก็ตามหากคุณสามารถสร้างกำไรได้ ความพ่ายแพ้ที่มาก็จะกลายเป็นอีกแค่หนึ่งเรื่องราวไว้บันทึกหน้าชีวประวัติเท่านั้น

อย่ารอช้าที่จะสร้างโอกาสแบบนั้นสิ มาเริ่มต้นด้วยคู่มือของเราดีกว่า

วิธีการเริ่มทำธุรกิจแบบไม่มีเงิน

ธุรกิจต้องเริ่มสร้างจากไอเดีย

ขั้นแรก เริ่มต้นตากการระบุแนวคิดที่ทำกำไรได้

สตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่เริ่มต้นจากการแก้ปัญหา ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วทำไมคุณไม่ลองหันไปถามเพื่อคุณดูล่ะ ว่าตอนนี้มีอะไรที่ทำให้รำคาญอยู่

ตัวอย่างผู้ประกอบการที่เริ่มต้นธุรกิจจากการแก้ปัญหา

  • Travis Kalanick และ Garret Camp สอง Co-founder ยูนิคอร์นตัวท็อปของโลกอย่าง Uber ก็เริ่มต้นจากการที่พวกเขามีปัญหาในการเรียกรถแท็กซี่
  • Chris Riccobono เปิดตัว UNTUCKit ซึ่งเป็นเสื้อสำหรับใส่ออกนอกกางเกง โดยเฉพาะและมีการออกแบบให้ปลายเสื้อเชิ้ตมีความยาวและความโค้งที่สวยทั้งข้างหน้าและข้างหลัง เพื่อให้การใส่เสื้อออกนอกกางเกงดูสุภาพ แตกต่างจากเสื้อเชิ้ตตามห้างทั่วไป โดยทำการวิจัยหลายครั้ง

ด้วยแนวคิดแบบนี้ ลองหาปัญหาในใจของเพื่อนคุณต่อสิ่งต่างๆ ที่ก่อกวนพวกเขาในแต่ละวัน จากนั้นตรวจสอบและค้นหาปัญหาที่คุณอาจแก้ไขได้

ขั้นสอง เตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงผู้คนต้องการผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่นการเพิ่มขึ้นของแอปฯ แชร์รถรายอื่นนอกจาก Uber อย่าง Grab และ Lyft และแอปฯ แชร์รถอื่นๆ จนอาจเกิดอีกแอปฯ ขึ้นเพื่อแสดงผลราคาค่าโดยสารของแต่ละแอปฯ ว่าราคาต่างกันเท่าไหร่

สามารถอ่านค่าคาดการณ์แนวโน้มสำหรับอุตสาหกรรมหรือตลาด Trend Hunter และ Springwise จากนั้นกลับไปถามตัวเองว่า “ถ้าคำทำนายเหล่านั้นเป็นจริง เครื่องมือใดบ้างที่เป็นสิ่งจำเป็น”

ขั้นสาม Look online

เราขอแนะนำ Product Hunt แหล่งรวมแอปพลิเคชั่น เว็บไซต์ และเกมใหม่ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจทางดิจิทัล แต่ถ้าเป็นสินค้าละก็ต้องเป็น Kickstarter ส่วนถ้าอยากรู้บริษัทในไทยให้คุณลองใช้ Creden นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์มากมายที่อาจจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ของคุณอย่าง Uncrate, Werd และ Wirecutter

ขั้นสี่ ทำสิ่งที่ดีกว่า (หรือถูกกว่า)

คุณไม่จำเป็นต้องพัฒนาสิ่งใหม่เสมอไป หากคุณสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในราคาที่ต่ำกว่าคุณภาพที่ดีขึ้นหรือทั้งสองอย่าง คุณจะมีลูกค้ามากมาย

ฉะนั้นลองลิสต์รายการทุกสิ่งที่คุณใช้ในชีวิตประจำวัน จากนั้นตรวจสอบว่าอะไรคือสิ่งที่คุณสามารถปรับปรุงได้

ขั้นห้า มุ่งเน้นไปที่กลุ่มสินค้าที่กำลังเติบโต

ผู้เชี่ยวชาญด้านลิขสิทธิ์และนักยุทธศาสตร์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา Stephen Key แนะนำให้เลือกหมวดหมู่ที่ดึงดูดใจคุณ แต่ไม่สามารถแข่งขันได้มากเกินไป เช่น การหลีกเลี่ยงอุตสาหกรรมของเล่นที่มีความท้าทายอย่างมาก เป็นต้น

หลักจากที่เลือกอุตสาหกรรมแล้วให้คุณควรศึกษาผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในหมวดนั้น

  • ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีประโยชน์อย่างไรและแตกต่างกันอย่างไร
  • กลยุทธ์การตลาดของพวกเขาคืออะไร
  • มีการรีวิวสินค้าบริการอย่างไร
  • สามารถปรับปรุงอะไรได้

เมื่อคุณเลือกผลิตภัณฑ์แล้วลองพิจารณาคำถามเช่นว่าจะสามารถปรับปรุงอะไรได้บ้าง ฉันสามารถเพิ่มคุณสมบัติใหม่ได้หรือไม่

ขั้นหก เติมเต็มความต้องการที่ด้อยกว่า

หลายคนก่อนเริ่มธุรกิจจนประสบความสำเร็จ มักเริ่มหลังจากสังเกตเห็นช่องว่างในตลาด ตัวอย่างเช่น คุณอาจทราบว่ามีการขาดแคลนพนักงานขายที่มีคุณภาพสูง คุณก็เลยทำคอร์สอบรมพัฒนาพนักงานขายและการจัดการดูแลลูกค้า โดยมีการสอบวุฒิบัตรการันตีไปด้วย เพื่อทำให้นายจ้างมั่นใจมากขึ้น

คำแนะนำอื่นๆ

เครือข่ายกับผู้ประกอบการอื่นๆ: สร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบการรายอื่นไม่เพียงช่วยให้คุณสร้างความสัมพันธ์ที่มีค่า แต่ยังมอบความคิดมากมายให้กับคุณ

ทำการสืบค้นจากฐานข้อมูลสิทธิบัตร: เป็นการหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิบัตร (infringement) ป้องกันการใช้ข้อมูลทางปัญญาซ้ำ และเรียนรู้แนวโน้มเทคโนโลยี (state-of-the art or technology trend) รวมถึงเป็นการรวบรวมข้อมูลทางธุรกิจ (business information) และเป็นการประเมินมูลค่าสิทธิบัตรของเราด้วย (patent valuation) สามารถสืบค้นได้ที่ Google Patent

มีการประชุมระดมสมอง: หากต้องการให้ไอเดียไหลหลั่งไหลเข้ามาจนคุณลงมือทำไม่ทัน แนะนำให้คุณเชิญคนอื่นๆ เพื่อมาร่วมระดมสมองด้วย และต้องมีโจทย์ในลักษณะแบบนี้ “X ประเภทไหนที่คุณชอบและทำไม?” “คุณใช้อะไรเพื่อให้ Y สำเร็จ?” ซึ่งคำตอบอาจนำไปสู่ไอเดียที่ยิ่งใหญ่

ตรวจสอบแนวคิดการทำสตาร์ทอัพ

เยี่ยมมากคุณมีไอเดีย แต่อย่าเพิ่งหุนหันพลันแล่นรีบบลาออกจากงานมาตามฝันล่ะ เพราะก่อนที่คุณจะเดินหน้าต่อไปได้ ต้องตอบให้ได้ก่อนว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีคนต้องการจริงๆ (ไม่รวมเพื่อนและครอบครัว)

เพราะฉะนั้นจึงมาถึงขั้นตอนที่คุณต้องศึกษาเรื่อง MVP หรือ Minimum Viable Product ในฐานะเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน หรือประเมินตลาด (Market Validation) ว่าจะรุ่งหรือร่วง เช่น ต้องการสร้างรถยนต์เพื่อนเดินทางไกลได้มากขึ้น การประเมินตลาดจึงต้องเริ่มจากสินค้าที่มอบประโยชน์ให้ลูกค้าได้น้อยที่สุดก่อน จากนั้นให้เราเติมฟีเจอร์เพิ่มเติมไปตามตลาดที่ต้องการจนออกมาเป็นรถยนต์ ซึ่งการประเมินที่ใช่ที่สุดต้องเริ่มต้นจากรูปแถวที่ 2 ในภาพด้านล่างนี้ถือถูกต้องที่สุด ว่าสุดท้ายอันไหนกันแน่ที่เหมาะสมที่สุด

ซึ่งหลายคนมักเริ่มผิด โดยเริ่มจากล้อ แต่จริงๆ เราควรเริ่มจาก Skateboard

ภาพจาก : Actually MVP
ภาพจาก : Actually MVP

สำหรับเหตุการณ์จริงให้ทำการสัมภาษณ์กับผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า แสดงการสาธิตผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้ ถามสิ่งที่พวกเขาชอบและสิ่งที่พวกเขาทำไม่ชอบ ถามว่าราคาเท่าไหร้พวกเขาถึงยอมจ่าย และพวกเขาจะใช้มันบ่อยแค่ไหน ฯลฯ

คุณจึงต้องเริ่มทดสอบความสนใจของตลาดก่อน โดยอาจเริ่มต้นจากการสร้างหน้า Landing Page ที่อธิบายผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณ ขอให้ผู้คนส่งที่อยู่อีเมลเพื่อแลกกับการเข้าถึงจากการให้ใช้ผลิตภัณฑ์ฟรี หรือส่วนลดข้อเสนอพิเศษ จากนั้นโปรโมตลง Social Media เพื่อเก็บ Data สร้างผู้สนใจให้กลายเป็นลูกค้า

ค้นหา co-founder

ง่ายกว่าสำหรับการระดมทุน เมื่อนักลงทุน (Venture Capital: VC) มักจะลงทุนให้สมาร์ทอัพที่มี co-founder มากกว่าบริษัทที่มีแค่ founder คนเดียว

เทคนิคการเลือก co-founder คือต้องหาความเก่งกาจที่แตกต่างและไม่ซ้ำ เช่น คุณเก่งการขาย การหา co-founder คุณต้องหาคนที่เก่งตนละด้าน เช่น วิศกรรม เป็นต้น

Co-founder จำเป็นต้องเชื่อในวิสัยทัศน์ของคุณ มีความปรารถนาที่จะเป็นผู้ร่วมก่อตั้งของคุณใน และมีทักษะที่เหมาะสมบาลานซ์กับคุณชัดเจน

โดยเริ่มมองหาจากเครือข่ายของคุณเองก่อน หรือเป็นคนที่คนรู้จักแนะนำ ผู้ที่สามารถให้รับรองมีความเสี่ยงน้อยกว่าคนแปกลหน้า หรือการผูกมิตรกับผู้ประกอบการรายอื่นแทนเพื่อสร้างพันธมิตรที่มีศักยภาพ

วิธีหาเงินทุนเพื่อเริ่มธุรกิจ

ถ้าเรามีไอเดีย มีรูปแบบธุรกิจที่น่าสนใจ แต่ไม่มีเงินลงทุนจะทำอย่างไร? คำตอบคือการทำ การทำ ‘Crowdfunding’ ผ่านใช้แพลตฟอร์มการระดมทุนอย่าง Kickstarter, Indiegogo, GoFundMe และ Fundable ให้คุณได้รับการสนับสนุนผ่านแคมเปญออนไลน์ โดยต้องทำให้ Crowd Funders เชื่อให้ได้ และศรัทธากับสิ่งที่คุณทำ เพราะพวกเขาต้องยอมเสี่ยงให้เงินคุณ

วิธีการนี้ไม่เพียง แต่สร้างเงินทุน แต่ยังช่วยให้คุณได้สร้างการรับรู้แบรนด์ต่อผลิตภัณฑ์ก่อนสินค้าจะวางขายจริง

เราหวังว่าคู่มือนี้สามารถทำหน้าที่เป็น blueprint สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจของคุณเอง

แต่ถ้าต้องการมากขึ้น? ลองทำ Business Model ดูสิ!

ออกแบบ Business Model Canvas ฟรี!

Business Model Canvas เป็นเครื่องมือที่ช่วยออกแบบโมเดลธุรกิจ ถูกเสนอโดย Alexander Osterwalder จากหนังสือที่เขาเขียนขึ้น Business Model Ontology ซึ่งเป็นการสรุปและออกแบบจำลองธุรกิจหรือ Business Model แบบให้เห็นภาพชัดเจน สามารถใช้ได้ทั้งกับธุรกิจของเราและคู่แข่ง ผ่านการประเมินธุรกิจที่มีฟังก์ชัน 9 ช่อง คลิกเลย! https://bmc.digitalbusinessconsult.asia/

bussiness model canvas
แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *