พฤติกรรมใช้เน็ตคนตจว. ค้าออนไลน์ต้องรู้

โดย ดร.โดม อุดมธิปก ไพรเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิจิทัล บิสิเนส คอนซัลท์ จำกัด

สวัสดีครับเมื่อวานเราคุยกันเรื่องของการจับจ่าย การช้อปปิ้งออนไลน์ มีตัวเลขว่าแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่มีการใช้งานอินเตอร์เน็ตสูงขึ้น วันนี้ (18 เม.ย.) เรากลับมาคุยกันต่อในรายการ SME CHAMPION ทางคลื่น FM. 89.5 สถานีวิทยุราชมงคล ธัญบุรี ประเด็นพูดคุยวันนี้ทางผู้ดำเนินรายการยังคงเกาะติดเรื่องของข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ กับข้อมูลที่สื่อรวบรวมอยู่ในกลุ่มของออนไลน์ซึ่งระบุว่าตัวเลขจะต่างกันเยอะ

ผมอยากเรียนว่าจริง ๆ แล้วไม่ใช่ต่างกัน 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขของผู้ใช้เฟสบุ๊คประเทศไทยมีประมาณ 40 ล้าน ตัวเลขของไลน์ก็ประมาณ 40 ล้าน ขณะที่ตัวเลขของสำนักงานสถิติแห่งชาติ 33 ล้านอันนี้คือผู้ใช้อินเตอร์เน็ตนะครับ ต่างกันเกือบ 10 ล้าน ทีนี้จำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตบ้านเรานั้นน่าจะใกล้เคียงกับตัวเลขของทางเฟสบุ๊คหรือไลน์ครับเพราะจริง ๆ แล้วจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตบ้านเรามันมี 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือใช้ที่บ้าน ส่วนที่ใช้ที่บ้านคือใช้ผ่าน WiFi หรือใช้ผ่านแลนไลน์ สติ๊กไลน์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ผ่านมือถือถูกมั้ยครับ แล้วหลายคนใช้ก็ไม่ได้เปิดเฟสบุ๊คหรือไลน์แอคเคาน์

อีกกลุ่มหนึ่งคือใช้ผ่านมือถือซึ่งข้อมูลถ้าใช้ผ่านมือถือนั้นทางกสทช.จะมีข้อมูลแล้ว คนที่ใช้ผ่านมือถือนี่จำนวนเบอร์มือถือบ้านเรามันจำนวน 120 กว่าล้านเบอร์ซึ่งถือว่าสูงมาก ซึ่งบางคนมีใช้ 2 เบอร์ ใช้ 3 เบอร์ เฟสบุ๊คโปรไฟล์บางคนก็เลยมีมากกว่าหนึ่ง ไลน์โปรไฟล์บางคนก็มีมากกว่าหนึ่ง เพราะฉะนั้นจำนวนผู้ใช้เอาว่าเกือบ ๆ 40 ล้านแล้ว แต่ผู้ซื้อสินค้าที่ผ่านออนไลน์นั้นในแง่ของตัวสำนักงานสถิติแห่งชาติบอกว่ามีประมาณ 3 ล้านกว่า ซึ่งตัวเลข 3 ล้านกว่ามันแค่ 10 % ถือว่าน้อยมากเลย

แต่ว่าโดยข้อเท็จจริงน่าจะมากกว่านั้น เพราะว่าถ้าดูจากตัวเลขการเติบโตของการใช้อินเตอร์เน็ต แล้วก็การใช้พวกอีคอมเมิร์ซผ่านพร้อมเพย์ การซื้อขายของออนไลน์ต่าง ๆ น่าจะมากกว่านั้นแต่คนที่ซื้อของออนไลน์มันแค่ 10 % คือ 3 ล้านกว่าจาก 33 ล้าน ซึ่งมันดูน้อยไป จริง ๆ แล้วถ้ามันน้อยแบบนั้นจริง แค่นี้เราก็รู้สึกว่ามันเยอะแล้ว นั่นแสดงว่ายังมีโอกาสเติบโตอีกมากนะครับ

มันก็มีคำถามจากผู้ดำเนินรายการว่าประเด็นที่ผมบอกว่าการสำรวจอินเตอร์เน็ตบอกว่ามีการใช้ผ่านมือถือมากขึ้นถ้าจะไปเชื่อมโยงเอาข้อมูลไปใช้ต่อจะได้หรือไม่ ผมก็อยากเรียนว่ากรณีการใช้อินเตอร์เน็ตนั้นถ้าเป็นต่างจังหวัดกับกรุงเทพฯมันจะต่างกัน โดยต่างจังหวัดจะใช้ที่บ้านเยอะกว่าขณะที่กรุงเทพก็เยอะกว่าแต่กรุงเทพจะใช้นอกบ้านเยอะกว่า ผมจำตัวเลขรายละเอียดชัดเจนไม่ได้แต่ว่าในต่างจังหวัดคนจะใช้นอกบ้านน้อยกว่าคนกรุงเทพฯใช้ เพราะว่าการใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือที่ต่างจังหวัดมันน้อยกว่าคนกรุงเทพฯ

ดังนั้นพฤติกรรมการใช้ของเขาจึงพยายามใช้แบบจำกัด คือไม่ได้ซื้อแพ็คเกจแบบใช้พร่ำเพรื่อ ขณะที่คนกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลา ไม่มี WiFi ฉันก็ไม่สนใจฉันอาศัยตัวเบอร์มือถือเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเลย เพราะว่าสปีดที่ได้เดี๋ยวนี้ 4 จีมันแรงจริง ๆในกรุงเทพฯ ในต่างจังหวัด 4 จีก็ไม่แรงเท่าเพราะฉะนั้นคนต่างจังหวัดพอเป็น 3 จีท่อมันไม่ใหญ่พอ เพราะฉะนั้นคนที่ใช้ 3 จีอยู่ในแง่ของตัวบริการมือถือที่ผู้ให้บริการเขาให้ เขาก็ไม่สามารถเปิดให้ได้แบบอัลลิมิต

อย่างแพ็คเกจมือถือผมทุกวันนี้จากที่เคยได้ 10 GB2 ปีที่แล้ว ปีที่แล้วเพิ่มมาเป็น 20 GB ล่าสุดแพ็คเกจผมนี่ก่อนหมดผมก็ไปขอว่าขอใช้โปรโมชั่นเดิม สมมติว่าจ่ายในราคาเดิมนะให้ผม 80 GB คิดดูสิผมจ่ายราคาเดิมนะแต่ผมได้การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 4 เท่าคือทุกวันนี้ผมก็ใช้เกือบเต็ม 20 GB แล้วผมก็คิดว่าถ้าเปิดให้เป็น 80 GB ผมก็มีโอกาสใช้เกือบเต็มนะ เพราะว่าคนกรุงเทพคอนเนคตลอดเวลา ดูหนัง ฟังเพลง วันนี้เราไม่ฟังวิทยุผ่านเครื่องรับวิทยุเท่าไหร่แล้ว อยู่บนรถวันนี้ผมก็เปิดผ่านอินเตอร์เน็ตแล้วมันก็ฟังเลือกเพลง เลือกข่าวสาร เลือกอะไรต่าง ๆ สะดวกสบายมากเลย แล้วฟังต่อเนื่องลงจากรถก็ยังฟังต่อเนื่องได้ แต่ถ้าในอดีตพอลงจากรถปุ๊บหมดสิทธิ์เลย ที่เราฟังนี่คือต้องปิดไป

แต่ต่างจังหวัดยังไม่ใช่เราจะขายของให้คนต่างจังหวัด การเลือกโพสต์ตามช่วงเวลาสำคัญมาก การโปรโมตขายของออนไลน์มันต้องดูจังหวะเวลาเขา เพราะฉะนั้นเวลาช่วงเย็นสำหรับต่างจังหวัดจะมีผลค่อนข้างมากนะครับ

เพราะว่าเขาจะมีโอกาสเสพข้อมูลมากกว่าปกติแต่แนวโน้มพวกนี้มันก็กำลังเปลี่ยนนะ เพราะว่าในเขตเมืองการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมันดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นในเขตเมืองก็จะมีพฤติกรรมเริ่มคล้ายคนกรุงเทพมากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ นอกเขตเทศบาลเมืองอาจจะยังลำบากหน่อย แต่ความกระจุกตัวของลูกค้ามันก็น้อยไง พวกบริษัทมือถือก็ไม่ค่อยไปทำเครือข่ายให้มันดีหรอกเพราะฉะนั้นพวกนี้ยังอาศัยพวกฟิคไลน์อยู่

แล้วอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการที่รัฐบาลมีโครงการดิจิตอลชุมชน มีโครงการเน็ตประชารัฐ มันทำให้การใช้อินเตอร์เน็ตนี่ลงไปในระดับหมู่บ้านห่างไกลมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ แล้วทีนี้ตัวเน็ตประชารัฐเองหรือดิจิตอลชุมชนมันเน้นอาศัยการใช้อินเตอร์เน็ตในรูปแบบที่เป็นฟิคไลน์ แม้มีการปล่อยสัญญาณไวไฟให้นะ รัศมีที่ผมเคยไปเยี่ยมชมโครงการเน็ตประชารัฐมันก็ประมาณสัก 100 เมตรรอบศูนย์กลาง ทีนี้หมู่บ้านในต่างจังหวัดไม่เหมือนกรุงเทพร้อยเมตรมันก็อาจจะได้รัศมีไม่กว้าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเห็นก็คือว่าส่วนใหญ่ก็จะไปอยู่ในโรงเรียน วัด อยู่ในบ้านของกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านเพราะฉะนั้นตรงนั้นก็จะกลายเป็นที่ ๆ เป็นเด็กมาใช้อินเตอร์เน็ตฟรีในช่วงเย็นหรือเสาร์อาทิตย์

แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *